<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361</id><updated>2012-02-17T05:41:26.565+07:00</updated><title type='text'>Wanna Ratana</title><subtitle type='html'>คิดดี พูดดี ทำดี ไปสู่สถานที่ดี-ปัญญานันทภิขุ-</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>13</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-8663243601112023551</id><published>2008-07-03T18:35:00.013+07:00</published><updated>2008-12-10T08:06:38.530+07:00</updated><title type='text'>เรื่องเดิม....ผู้แสดงชุดใหม่...ละครแต้มสี</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/SGy6uCzpdXI/AAAAAAAABMk/okeJT9lOeM0/s1600-h/à¸ªà¸¸à¸à¸à¸£à¸"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5218751368405808498" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/SGy6uCzpdXI/AAAAAAAABMk/okeJT9lOeM0/s320/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%88+061.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt; ทิ้งร้างห่างหายไปเป็นเดือน ตื่นเต้นกับตัวละครในห้องเรียนชุดใหม่ ปีนี้ฉันได้อยู่กับพวกเขานานกว่าทุกปีของแต่ละวัน ทำให้ต้องเตรียมตัวรับมือกับบทบาทของแต่ละคนที่เข้าฉากการแสดง ฉันคงเป็นผู้กำกับยอดแย่หากไม่เปลี่ยนแปลงบทละคร ทั้งยังต้องวางแผนเขียนบทให้ทันสมัย วิเคราะห์ตัวละครกับเหตุการณ์ของความเปลียนแปลงในบ้านเมืองด้วยการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้สอดแทรกไปทุกอณูแห่งความเป็นมนุษย์เท่าที่จะสามารถทำได้ ฉันโหลดข้อมูลจากอินเทอร์เนตเรื่องศาลฎีกาสั่งจำคุกทนายความสามคน กรณีลืมถุงขนมใส่เงินสองล้าน ไว้กับเลขานุการศาลฎีกา เป็นเวลาหกเดือน โหลดเรื่องของความรักชาติในกรณีเขาพระวิหารมาให้คิด แน่นอนเขาพระวิหารอยู่ติดเขตบ้านเราย่อมที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ติดข่าวพันธมิตรประท้วงรัฐบาลเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย ยังมีอีก...คิดว่าองค์การบริหารส่วนตำบลให้โรงเรียนส่งโครงการเพื่อจัดสรรงบประมาณ...แล้วหนูอยากให้เขาช่วยอย่างไรละจ๊ะ???...ดื่มนมถึงชั้นประถมศึกษาปีที่หก...ว้าว...ดีจัง..!!..ครูหรือ? ก็ให้หนูอ่านหนังสือออกไง....ฉันยังไม่ออกนอกเวทีนะ ผู้แสดงของฉัน เขาควรมีสิทธิที่จะรับรู้ความเป็นไปของบ้านเมือง เอ้อลืมไป.....หลายสีแล้วยัง?....เปื้อนไปหรือเปล่า?..จากผ้าขาว สีสะอาดฉันจะแต้มสีตามที่เขาต้องการโดยมีกรอบของศีลธรรมป้องกันสิ่งปนเปื้อน&lt;br /&gt;คุณล่ะ....อยากได้สีอะไรบ้าง นอกเหนือจากสีแห่งความเป็นประชาธิปไตยและสีแห่งความรักชาติมีมากมายมั้ยเอ่ย......&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-8663243601112023551?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/8663243601112023551/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=8663243601112023551&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/8663243601112023551'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/8663243601112023551'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2008/07/blog-post.html' title='เรื่องเดิม....ผู้แสดงชุดใหม่...ละครแต้มสี'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/SGy6uCzpdXI/AAAAAAAABMk/okeJT9lOeM0/s72-c/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B9%88+061.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-2053767722100716392</id><published>2008-04-25T16:28:00.009+07:00</published><updated>2008-12-10T08:06:38.711+07:00</updated><title type='text'>วิทยฐานะ.......ผลงานทางวิชาการ</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/SBGkybTaoCI/AAAAAAAAA9E/h153jILqCXg/s1600-h/à¸&amp;shy;à¸à¸£à¸¡à¹à¸®à¸¡à¹à¸à¸+144.jpg"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5193113031564501026" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/SBGkybTaoCI/AAAAAAAAA9E/h153jILqCXg/s320/%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%88+144.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt; ปิดภาคเรียนนี้กลับไปช่วยพี่ช่วยน้องดูแลแม่ที่แก่มากแล้ว จิตใจว้าวุ่น อีกไม่กี่เดือนเงินเดือนก็จะเต็มขั้น ตันแน่ๆ.....อายุราชการเหลืออีกสิบปี เป็นหัวหน้างานวิชาการ แต่ไม่ทำผลงาน เป็นได้ไง?....ไม่พัฒนาตนเอง อายรุ่นน้อง เขาเลื่อนแท่งเงินเดือนใหม่ เราทำงานได้เลื่อน 1 ขั้นต่อกันสามครั้ง.......แต่ไม่เคยได้เลื่อนแท่งเพราะยังไม่ได้สมัคร ปีที่ผ่านมาสมัครขอรับการประเมินเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ แต่สละสิทธิ เมื่อเห็นน้องสาวสมัครเช่นกันจึงคิดช่วยน้องก่อน เพื่อจะได้ไม่ล่มทั้งคู่ น้องสาวผ่านฉลุย ปีนี้ตัดสินใจทำผลงานทางวิชาการเพื่อขอเลื่อนวิทยฐานะแน่ๆ มองดูตัวเอง คิดมั่วไปหมด จิตคิด แตก ดับ เป็นเช่นนี้ตลอด จับคอมพิวเตอร์เตรียมงานคราใด มารผจญมากมาย จะทำอย่างไรดี คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัว.......คุณเป็นเหมือนฉันมั้ย???.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีเพื่อนถามว่า พี่ไม่จ้างเขาทำหรือ?....ฉันตอบโดยไม่ต้องคิดว่า.....ไม่....ไม่มีเงินมากพอ ให้ลูกเรียนหนังสือแม่ก็แทบจะกินเกลือแล้ว ...อ๊ะ..อ๊ะ...อย่าคิดนะว่า ถ้ามีเงินแล้วจะจ้างละซิ..... ไม่มีทางเสียหรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันคงจิตไม่นิ่งพอ ไม่มีสมาธิในการเตรียมงาน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้มีรุ่นน้องโทรศัพท์มาคุย เขาทำรายงานการใช้บทเรียนสำเร็จรูปเป็นผลงานทางวิชาการ ราคาห้าหมื่น ฉันกลืนน้ำลายที่เหนียวหนับอยู่ในคอ เพื่อนของฉันเล่าให้ฟังว่ามีคนไปจ้างทำผลงานทางวิชาการ เป็นหนังสือส่งเสริมการอ่าน จำนวน 12 เล่ม หนังสือสวยมาก น่าอ่านทีเดียว ราคาแปดหมื่น ฉันยิ่งคอแห้งไปกว่าเดิม&lt;br /&gt;เดือนตุลาคมที่จะถึงมีข่าวการประเมินแบบใหม่ มีการเอาผลคะแนน NT เข้ามาร่วมตัดสิน (ท่านรัฐมนตรีแต่ละท่านก็มีวิธีการบีบ คั้น สร้างวิธีการจัดการกับลูกไก่ในกำมือ รู้สึกว่าแต่ละท่านจะสนุกสนานแบบลักษณะของคนเป็นโรคจิตกับข้าราชการ) ครูก็เลยแห่สมัครรอบเดือนเมษายนกันเพียบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ฉันแก่ลงมั้ง????....พออบรมที ก็มีแรง ความคิดโลดแล่น กระดี๊กระด๊า...ผ่านเลยไปเจออุปสรรคก็ท้อแท้หมดเรี่ยวแรงเหมือนเดิม...เมื่อช่วยเพื่อนทำใบสมัครมีความรู้สึกว่าตนเองก็มีโอกาสมากกว่าคนอื่น แต่ทำไมในเรื่องของผลงานวิชาการกลับมีความรู้สึกว่า ...ทางตัน...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ช่วยหาแนวทางคลายทุกข์หน่อยเถอะ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีสองทาง.....จิตบอก.....ทางแรกหยุดเสียสิ....สมองจะได้โล่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีทาง....จิตอีกตัวบอก....ยิ่งจะถอยหลังเข้าคลองน่ะสิ...ไม่อายคนหรือ? ที่ขี้เกียจน่ะ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นสิ..!..!..น่าอายมาก....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทางที่สอง.....สู้..สู้...คนอื่นทำได้ทำไมเราจะทำไม่ได้....งานที่ทำไว้ก็มีมากมายเอามาจัดให้เข้าระบบสิ..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณล่ะ.....คิดว่าฉันมีทางอื่นอีกไหม?..??...!...&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-2053767722100716392?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/2053767722100716392/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=2053767722100716392&amp;isPopup=true' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/2053767722100716392'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/2053767722100716392'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2008/04/blog-post.html' title='วิทยฐานะ.......ผลงานทางวิชาการ'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/SBGkybTaoCI/AAAAAAAAA9E/h153jILqCXg/s72-c/%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%88+144.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-3928814668221356918</id><published>2008-03-13T19:19:00.009+07:00</published><updated>2008-03-13T20:15:10.685+07:00</updated><title type='text'>วิถีชีวิต.....กับความล่มสลายที่จะเกิดขึ้น??.....</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;วันนี้ลุงชาญสามีของเพื่อนร่วมงานส่ง Mail มาให้ ทำให้ฟันเฟืองวงเล็กๆ ด้านการศึกษาของชาติอย่างฉันชะงัก...นึกคิดเออ ออ ไปกับข้อมูลที่ส่งมา คุณมาอ่านด้วยกันสิ&lt;br /&gt;ปี 2553 จุดจบประเทศไทย ......ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้ .....&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา .....ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโคซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปั&amp;shy;&amp;shy;าหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14ประเทศ ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็นแต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์ และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ อาเจะ และอีกหลายประเทศที่จะเกิดตามมา ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน !ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ   &amp;shy; แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออก   เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้    เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน     เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๊ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากในอีก 10 &lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนให&amp;shy;ญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้ วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย รัฐบาลไทยจะไม่มีปั&amp;shy;&amp;shy;ญญาที่จะแก้ไข??ั&amp;shy;หาได้ เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไรธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้ การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่ามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้ เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ Big C, Lotus, Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯดังนั้น เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด ... เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ ... รัฐจะอยู่ได้ฤา ?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553 คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปั&amp;shy;&amp;shy;าไปต่อสู้อยู่แล้ว การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา จะขอแยกตัวตามมา เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่ เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ? &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์ บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจก่อนล่มจริง... เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour,    เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างให&amp;shy;่อีกเพราะอะไร เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย 14 บาทเพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี โลตัสเหมือนกันนิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดังผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์ สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ ถ้าซื้อจากห้าง 1,000บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900บาท ที่เหลือ 100 บาท ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง    มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว   ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง     ทั่วประเทศคนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ100 เปอร์เซ็นต์เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด        ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟังหัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ ได้ผล... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน... วิธีคิดไปเลย ... เปลี่ยนไปได้มากพอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย ผมก็อธิบายคำว่า license ( ค่าลิขสิทธิ) ให้ลูกฟังผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธ ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิมันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน ขนมต่างชาติ ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิเวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปีผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปล. ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับยาวไปหน่อย แต่อยากให้อ่าน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณล่ะ....มีความคิดเห็นอย่างไร การรบแบบสมัยโบราณผ่านไปแล้ว สมัยนี้มีการรบแบบใหม่ ดูไม่น่ากลัว ไม่มีรูปแบบการรบ จนไม่เชื่อว่าจะทำให้สิ้นชาติหรือเกิดความแตกแยกขึ้นในแผ่นดินนี้ แต่มันแทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตการทำงาน อยู่ในค่านิยมของการบริโภค อยู่กับความฉาบฉวยที่ผ่านมาแต่ไม่ผ่านไปพร้อมที่จะเผยแพร่จากกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ปลายปีที่แล้ว Lotus มาเปิดใกล้บ้านฉัน ที่จริงใกล้บ้านน้องสาวฉันมากกว่า มีกลุ่มพ่อค้าในอำเภอต่อต้านมากมาย ลงหนังสือพิมพ์ก็แล้ว เดินขบวนก็แล้ว ในที่สุดก่อนฤดูกาลของการย้ายของผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้อนุมัติให้สร้างขึ้นในย่านชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านย้ายไปแล้ว ความทุกข์ระทมของพ่อค้าร้านโชห่วย ก็ประเดประดังเข้ามา ช่วงปีใหม่ Lotus   มีคนมาจับจ่ายสินค้าแน่นเต็มไปหมด ต่างกับร้านค้าที่ลดราคากลับไม่มีคนซื้อ แค่นั้นไม่พอ โทรทัศน์ลงข่าวเกี่ยวกับเขาพระวิหารที่จะขึ้นทะเบียนมรดกโลก ทำให้มีปัญหากระทบกระเทือนกับประเทศไทย    บ้านของฉันมิกลายไปเป็นอีกประเทศหนึ่งหรือ??..!...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;คุณลุงชาญคะ..... ปีการศึกษาหน้าฉันได้สอนวิชาสังคมแน่ๆ ฉันจะเอาบทความนี้ไปให้นักเรียนอ่านและฝึกวิเคราะห์พร้อมกับจะหาวิธีที่จะไม่ให้สังคมเป็นไปอย่างที่คุณนิติภูมิว่าไว้ อยากบอกกับคุณนิติภูมิจังว่า คุณวิเคราะห์ได้ ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างที่คุณว่า แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงปี 2553 เรามาหาวิธีการป้องกันมิดีกว่าหรือ? เราจะเริ่มกันที่กลุ่มเล็กๆ ให้มากกลุ่ม สร้างเครือข่ายร่วมกัน แต่จะบอกลุงหมักว่าอย่างไรดี....เพื่อให้ลุงหมักร่วมด้วยช่วยกัน ไม่เช่นนั้นแล้วความซึ่งตรงของบรรพบุรุษของท่านที่มีต่อสถาบันหลักของชาติจะล่มสลายไปด้วย...!!!..&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-3928814668221356918?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/3928814668221356918/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=3928814668221356918&amp;isPopup=true' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/3928814668221356918'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/3928814668221356918'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2008/03/blog-post.html' title='วิถีชีวิต.....กับความล่มสลายที่จะเกิดขึ้น??.....'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-8012944976658945974</id><published>2008-02-13T20:46:00.008+07:00</published><updated>2008-12-10T08:06:38.875+07:00</updated><title type='text'>ห้องสมุดกับการบริการ</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R7L6YeXUPjI/AAAAAAAAA68/zCp9vVLvuIg/s1600-h/DSC04754.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5166467020922043954" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R7L6YeXUPjI/AAAAAAAAA68/zCp9vVLvuIg/s320/DSC04754.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;"ท่านผอ.คะ....เขาพูดลามกกับหนูค่ะ"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;"เขาพูดลามกอย่างไร"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;"เขาชวนหนูไปห้องสมุดค่ะ"&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ท่านที่อ่านหนังสือพิมพ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคงได้เห็นการ์ตูนที่ดิฉันยกคำพูดมาให้อ่านกันข้างบน เป็นช่วงที่ดิฉันได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๗๕ ซื้อหนังสือพิมพ์อ่านตอนเช้าจึงรู้ว่าห้องสมุดมีบริการใหม่ เป็นการให้บริการโดยไม่ได้ตั้งใจจนถูกร้องเรียนว่าห้องสมุดกลายเป็นแหล่งมั่วสุม และให้บริการทางเพศ เมื่อถูกหนังสือพิมพ์ลงข่าวห้องสมุดต่างๆ พากันร้อนตัวเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะห้องสมุดประชาชน อันมีอยู่ทุกจังหวัดและหลายๆ อำเภอ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ดิฉันเป็นครูประถมศึกษา ดูแลห้องสมุดโรงเรียน ให้บริการห้องสมุด หนอนหนังสือของดิฉันยังตัวเล็กอยู่ เด็กไม่ได้รักการอ่านมากมายอย่างที่ดิฉันหวังไว้ แต่จะมีกลุ่มหนึ่งที่ยืมหนังสือเป็นประจำทุกวัน จะมีบางส่วนเข้ามาเล่นอย่างเดียว บางคนยกหนังสือออกมาเป็นตั้งๆ รื้อและรื้อ....เปิด....เปิด.....เล่น....แล้วเดินออกไปจากห้องสมุดแต่มีเหมือนกันที่ตั้งใจเข้ามาอ่านหนังสือ เลือกและยืมไปอ่านทั้งๆ ที่อ่านหนังสือไม่คล่อง อ่านช้า.....ยืมไปอ่านที่บ้าน ยืมเถอะลูก....ครูไม่ว่าเลยหากทำให้หนูอ่านหนังสือได้มากขึ้น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หลังข่าวความเสื่อมเสียของห้องสมุด ดิฉันเดินวนเวียนหาจุดบกพร่องที่เป็นมุมมืด จุดอับที่มองไม่เห็น รักษาความสะอาดและจัดหนังสือให้เป็นระเบียบมากขึ้นกว่าเดิม แต่เนื่องจากลูกค้าของดิฉันอายุยังไม่เกิน ๑๓ ปี จึงไม่มีปัญหาอย่างที่พบในหน้าหนังสือพิมพ์ กลับพบปัญหาใหญ่ที่ครูทุกคนต้องแบกไว้ตลอดคือ จะทำอย่างไรให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ต่างหาก???.......&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;มีนักเรียนรุ่นน้องมาขอสมัครเป็นบรรณารักษ์น้อย ช่วยรุ่นพี่ในการรับ-ส่งหนังสือ คงคิดว่าเยี่ยมจริงๆ ที่ได้นั่งเคาเตอร์ให้บริการในการยืม-รับส่งหนังสือจากเพื่อน และมีหลายคนที่อ่านหนังสือช้า เขียนทีละตัว แต่อยากเป็นบรรณารักษ์ ดิฉันไม่เคยปฏิเสธในการทำงานของเด็ก อย่างน้อยการที่เด็กอยู่กับหนังสือจะช่วยให้เขาอ่านหนังสือได้ดีขึ้น &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ช่วงนี้ทุกโรงเรียนกำลังเร่งรัด เข้มข้นกับการทดสอบเด็กทุกช่วงชั้นที่จริงไม่น่าเกี่ยวกับห้องสมุดเลย เพียงแต่ถ้าครูใช้แหล่งเรียนรู้จากห้องสมุดในการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อสอบก็จะเกี่ยวกันทันที การสอบจะมีผลต่อการเลื่อนและกำหนดตำแหน่งของครูด้วย วิธีการนี้ดิฉันว่าดี ผลงานทางวิชาการจะไร้ความหมายหากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในความรับผิดชอบของท่านไม่มีการพัฒนา โรงเรียนของดิฉันเป็นศูนย์สอบ ดังนั้นหลายๆ โรงเรียนใกล้เคียงจะพานักเรียนมาสอบ บางโรงเรียนมีนักเรียนอยู่ ๑๐ คน อ่านไม่ออก ๔ คน เด็กทั้ง ๔ คนครูหาทางออกง่ายๆ ด้วยการระบายทึบในช่องบกพร่องทางการเรียนรู้ ท่านผู้อ่านเห็นทางออกของครูมั้ย......วิธีสุดท้ายที่ครูไม่สามารถแก้ตัวได้คือ โทษพื้นฐานของเด็ก...ก็มันโง่เอง...เป็นมาแต่พ่อแม่มาแล้ว....&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ดิฉันจัดตารางให้ทุกห้องเรียนสามารถนำนักเรียนมาใช้บริการห้องสมุด...แต่ส่วนใหญ่ที่ครูใช้คือไปวาดรูปที่ห้องสมุด ก็ยังดี.....ไปอ่านหนังสือห้องสมุด......ครูล่ะอยู่ที่ไหนเมื่อเด็กเข้ามาที่ห้องสมุด????.......&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-8012944976658945974?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/8012944976658945974/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=8012944976658945974&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/8012944976658945974'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/8012944976658945974'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2008/02/blog-post_13.html' title='ห้องสมุดกับการบริการ'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R7L6YeXUPjI/AAAAAAAAA68/zCp9vVLvuIg/s72-c/DSC04754.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-4130856758756036294</id><published>2008-02-05T21:19:00.000+07:00</published><updated>2008-12-10T08:06:39.130+07:00</updated><title type='text'>ทัศนะ.......ศึกษา.......</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R6hxC-uI1yI/AAAAAAAAAqU/yTlMHRM0LHI/s1600-h/DSC04791.JPG"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5163501268790466338" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R6hxC-uI1yI/AAAAAAAAAqU/yTlMHRM0LHI/s320/DSC04791.JPG" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ทุกปีหน่วยงานของฉันชวนกันไปทัศนศึกษา คุณรู้ไหม? อีสานกับทะเลถูกกันจริงๆ ปีก่อนเราไปเที่ยวเชียงใหม่ สมาชิกไม่เต็มคันรถ(รถบัส)เนื่องจากไม่ใช่ทะเล ปีถัดมาไปเที่ยวเขาใหญ่นอนเต้นท์และลงไปเล่นน้ำที่เกาะเสม็ดพักที่รีสอร์ท เมื่อประเมินดูแล้วไม่ถูกใจที่ไปนอนเขาใหญ่เนื่องจากไม่สะดวกที่จะนอนเต้นท์ (แต่ฉันชอบจังเลย) ครั้งนี้พิเศษสุดๆ ไปทัศนศึกษาจริงๆ คือดูงานที่โรงงานคริสตัล โลตัส เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สัตว์ใต้ทะเล ชมโรงแยกแกส และเข้าพักที่ คลังน้ำมันเขาบ่อยา ซึ่งให้บริการที่พักโดยที่เจ้าตัวไม่อยู่ (เป็นความสามารถพิเศษของฉันที่มีเพื่อนเป็นผู้จัดการคลังปิโตรเลียมภาคตะวันออก) ทำเอาเพื่อนๆ ติดใจใหญ่ ชักอยากเห็นหน้าเพื่อนของฉันเสียแล้ว รุ่งเช้าเราเดินทางกันต่อ ไปที่เกาะช้าง ลงทะเลดำน้ำดูปะการัง และแล้ว......คนที่อยู่บนเรือก็เห็นปลาพะยูนสวมหน้ากากเต็มไปหมด ไปเที่ยวโดยมีไกด์ก็ดีไปอย่าง ตกกลางคืนยังมีกิจกรรมให้กับคณะได้สนุกสนานกันต่อพอประมาณ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ทัศนะ....เป็นการแสดงความคิดเห็น คุณอ่าน ใน blog แล้วรำคาญบ้างไหม พูดแต่เรื่องตัวเอง..อย่าเพิ่งเบื่อเลยค่ะ...ที่นี่จะช่วยปลดปล่อยความคิดที่มันอึดอัดอยู่ในใจออกมา บางทีเราอาจเหมือนกันสักมุม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ศึกษา......ชีวิตคนอื่นดูบ้าง...อยากให้คุณดูในมุมที่มีความสุข....เกรงว่าหากนำเรื่องของทุกข์มาให้ฟังแล้วคุณจะเหนื่อยไปด้วย&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;คุยกันหน่อยจะเป็นไรไปละคะ...........&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-4130856758756036294?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/4130856758756036294/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=4130856758756036294&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/4130856758756036294'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/4130856758756036294'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2008/02/blog-post.html' title='ทัศนะ.......ศึกษา.......'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R6hxC-uI1yI/AAAAAAAAAqU/yTlMHRM0LHI/s72-c/DSC04791.JPG' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-7973964784119431120</id><published>2008-01-13T23:30:00.000+07:00</published><updated>2008-01-14T22:02:51.070+07:00</updated><title type='text'>เด็ก/ผ้าขาว/ผ้าสี</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ดิฉันดูรายการย้อนรอยของพี่หนุ่ม เมื่อคืนนี้(๑๓ มกราคม ๒๕๕๐) โรงเรียนน่าอยู่มาก การจัดการเรียนการสอนน่าสนใจ ในฐานะที่อยู่ในวงการศึกษา ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือตัวเด็กที่มีพื้นฐานล้วนแต่ขาดความอบอุ่นจากครอบครัวแทบทั้งสิ้น &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;โรงเรียนดิฉันมีเด็กประเภทนี้มากมาย เวลาเด็กมีปัญหาหรือถูกทำร้ายกลับมีญาติโกโหติกาอีกมากมาย เช่นกัน เพื่อที่ว่าจะได้เงินจากกรณีต่าง ๆ แต่เมื่อพ่อแม่เด็กกลับไปหาทำงานต่างจังหวัดเด็กกลับอยู่อย่างขาดแคลน การลักเล็กขโมยน้อยจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่เด็กจะเอาตัวรอด สังคมรอบข้างจะเสี้ยมสอนให้เด็กสามารถยืนหยัดอยู่ได้ เคยสังเกตเด็กเหล่านี้เมื่ออยู่ในห้องเรียนรวมกับเพื่อน เขาจะถูกแยกตัวอัตโนมัติ ทั้งด้วยตนเองต้องการและเพื่อนที่ไม่ต้องการคบหาสมาคมด้วย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;คุณอ่านกรณีนี้ดูนะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เด็กผู้หญิงประมาณชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ แอบขโมยมะม่วงกับน้องอีก ๒ คน ครูมาเห็นก็ไล่เด็กลงจากต้นมะม่วงด้วยความกลัวว่าเด็กจะตกลงมา แต่ครูไม่รู้ว่าพี่สาวแอบนิ่งอยู่บนต้นมะม่วง เมื่อครูกลับไป ภารโรงมาพบเห็นเข้าจึงไล่ลง และขู่ว่าจะฟ้องครูประจำชั้นเด็กหญิงไม่สนใจและยังท้าทายอีกว่าครูคนไหนก็ไม่กลัวทั้งนั้น ด้วยความโมโหที่ถูกเด็กพูดจาลองดี ท้าทาย ภารโรงจึงตีเด็กเข้าให้ เด็กร้องไห้ไปฟ้องบรรดาญาติๆ ซึ่งรุ่งเช้าก็ยกขบวนกันมาหาผู้บริหาร ในที่สุดภารโรงต้องจ่ายค่าตีเด็กไป ๔ ที ๔,๐๐๐ บาท ตามด้วยคำพูดอาฆาตมาดร้าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ภารโรงผิดแน่ๆ  ที่ตีเด็ก  ตีไม่ถูกที่เสียด้วย  เพราะโดนที่แขน......&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;หลังจากนั้นหนึ่งวันคณะครูช่วยกันรวบรวมเงินคืนให้ภารโรงจนเกือบครบ เพราะสงสารภารโรง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;คณะครูส่วนใหญ่มีความรู้สึกอ้างว้าง......โดดเดี่ยว ไม่วันใดก็วันหนึ่งหากถูกลองดีเช่นนี้จะอดใจไม่ไหว&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เพราะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ฝ่ายบริหารกลัวมีปัญหากับชาวบ้าน  เกิดชาวบ้านยกโขยงกันไปที่เขตการศึกษาฯ  จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทันที&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เกี่ยวข้องทำให้เด็กบาดเจ็บ......ครูต้องจ่าย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เช่นเวลาเที่ยงเด็กหนีไปเก็บมะม่วงที่บ้าน ตกลงมาขาหัก ครูจ่าย...ทั้งๆ ที่ครูหาอาหารกลางวันให้กินแล้วและกำชับไม่ให้หนีกลับบ้าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เด็กงัดห้องเรียนปีนหน้าต่างเหยียบบนหลังคาห้องเรียนในวันหยุด กระเบื้องแตกตกลงมาแขนหัก ครูจ่าย...เพราะเป็นห้องของครูคนนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ดิฉันไม่ได้เสียดายเงิน แต่มีความรู้สึกว่าความผูกพันระหว่างครูกับศิษย์มันไม่มี&lt;span style="font-family:arial;"&gt;  มองหน้ากันไม่สนิท  สอนนักเรียนคนอื่นได้แต่มองหน้าคู่กรณีที่ทำให้เสียเงิน  มันเสียความรู้สึกดีๆ  ทั้งๆ ที่สงสารเด็กแต่มันเหมือนมีม่านบางๆ  มากั้นไว้&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt; คุณอาจคิดว่าเป็นครูจะไม่ให้อภัยศิษย์บ้างหรือ?&lt;/span&gt;  &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ยิ่งครูกับผู้ปกครอง ไม่ต้องพูดถึง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;มามองดูเด็กบ้าง..!!!!......&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ดิฉันไม่ได้ใช้ไม้เรียวมานาน เอาน้ำเย็นเข้าลูบ ได้แต่ขู่ว่าจะตี  ไม่เคยตีสักที   มีเหมือนกันที่ต้องเดินหนีไประงับอารมณ์  กลัวอดใจไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เมื่อกลับมาดูสาเหตุ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ปัญหาที่เกิดมาจากครอบครัวแทบทั้งสิ้น พ่อแม่หย่าร้างกัน ต่างฝ่ายต่างไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งเด็กให้อยู่กับย่ายาย ส่งเงินมาให้บ้าง ไม่ส่งบ้าง เด็กย่อมที่จะต้องหาวิธีที่จะเอาตัวรอดให้ได้ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;คุณดูข่าวที่แบ้งค์ถูกยิงตายไหม.....ขนาดแบ้งค์ยิงตำรวจตายไป ๓ นาย แม่ของแบ้งค์ยังกล่าวหาว่าตำรวจทำร้ายลูกตน แต่ไม่คิดสักนิดว่า ทำไมแบ้งค์จึงเป็นเช่นนี้?&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-7973964784119431120?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/7973964784119431120/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=7973964784119431120&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/7973964784119431120'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/7973964784119431120'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2008/01/blog-post_13.html' title='เด็ก/ผ้าขาว/ผ้าสี'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-311419649579034665</id><published>2008-01-05T20:30:00.000+07:00</published><updated>2008-01-05T22:06:24.718+07:00</updated><title type='text'>อายไหม?.....  ที่คนไทยอ่านหนังสือน้อย</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ตัวเลขสำรวจรอบใหม่ที่มาบอกกล่าวกันในงาน "มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ ๑๒" โดยสมาคมผู้พิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือบอกว่า &lt;strong&gt;คนไทยอ่านหนังสือปีละ ๒ เล่ม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;"คนไทยชอบดู ชอบฟัง ชอบพูด แต่ยังไม่ชอบการอ่านเท่าที่ควร"นายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์กล่าว "การรู้หนังสือจึงเป็นการช่วยสร้างคนและสร้างชาติ" ยังเป็นคำกล่าวที่ถูกต้องและทันสมัย &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ขณะที่คนไทยอ่านหนังสือปีละ ๒ เล่มนั้น คนเวียตนามอ่านปีละ ๖๐ เล่ม คนสิงคโปร์อ่านปีละ ๔๕ เล่ม แปลว่าอะไร? สถิติอย่างนี้ย่อมหมายความว่าเด็กไทยจะโตขึ้นด้วยจินตนาการและความคิดที่คับแคบกว่าเยาวชนของเวียตนามและสิงคโปร์ และนั่นก็ย่อมหมายความว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ความสามารถในการแข่งขันกับคนอื่นในทุกๆ ด้านก็จะลดน้อยลงและสถานภาพของประเทศที่เคยอยู่แถวหน้าของเอเชียอาคเนย์ก็จะอ่อนแอลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;การสร้างนิสัยการอ่านคือการสร้างชาติ เพราะการอ่านทำให้เกิดความคิด จินตนาการ และความกล้าหาญทางจริยธรรม ที่สำคัญกว่านั้นคือ การอ่านทำให้คนมีสมาธิมากกว่าการดูทีวี ฟังวิทยุ หรือเล่นอินเทอร์เน็ต เพราะขณะที่อ่านหนังสือ เราต้องคิดและจินตนาการไปด้วย ทำให้เกิดความคิดเห็นด้วย ขัดแย้งหรือต่อยอดไปจากที่ได้อ่าน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;การส่งเสริมให้เกิดนิสัยการอ่านนั้นต้องมาจากรัฐและเอกชนที่ต้องประสานกันอย่างใกล้ชิด ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครอง และครูบาอาจารย์ที่โรงเรียนจะต้องสร้างบรรยากาศของการอ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการถกกันในเนื้อหาที่อ่านมา เริ่มต้นง่ายๆ ก็คือการที่รัฐบาลต้องทำให้ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์หนังสือนั้นถูกลงกว่านี้อย่างเห็นได้ชัด หาไม่แล้ว ความพยายามที่จะส่งเสริมให้เยาวชนไทยอ่านหนังสือก็ไม่อาจจะประสบความสำเร็จได้ ราคาหนังสือที่เวียตนาม สิงคโปร์ จีนและอินเดียนั้นถูกกว่าของไทยเราไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐-๓๐ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;นั่นคือข้อแตกต่างที่สำคัญต่อการสร้างวัฒนธรรมการอ่านของคนไทย เพราะถ้าหากหนังสือยังแพงและเป็นสิ่งหายก การผลักดันให้คนไทยอ่านหนังสือก็ย่อมเป็นไปไม่ได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คนไทย &lt;strong&gt;"ทำบุญ"&lt;/strong&gt; ด้วยวิธีการต่าง ๆ และใช้เงินโดยไม่คิดมาก เพื่อหวังจะได้ &lt;strong&gt;"ขึ้นสวรรค์"&lt;/strong&gt; กันมากๆ แต่กลับไม่สนใจที่จะบริจาคหรือช่วยกันพิมพ์หนังสือ สร้างห้องสมุด หรือจัดกิจกรรมให้เด็กไทยได้อ่านหนังสือมากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;บทความนี้ตัดจากหนังสือนิตยสารชีวจิต ฉบับปักษ์หลังเดือนธันวาคม ๒๕๕๐&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ดิฉันเป็นครู สอนภาษาไทย ดูแลห้องสมุดเสียด้วยซิ ถามว่าอายไหมที่สอนเด็กแล้วอ่านหนังสือไม่ออก &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;อายค่ะ......โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กในความรับผิดชอบ ไม่โยนกลองโทษว่าเป็นเพราะพื้นฐานเด็ก ครอบครัว สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเด็ก ฯลฯ&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt; เท่าที่ได้แก้ปัญหา เด็กจะอ่านได้หากเขาได้รับความสนใจ ยกเว้นเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้หรือเด็กพิการทางสมอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกเขาบกพร่องอย่างไร......?........&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ขาดความอบอุ่นทางครอบครัว อยู่กับย่า/ยาย/ญาติที่ไม่เข้าใจในเรื่องของการอ่านเขียนเรียนรู้ ร้านเกม แหล่งมั่วสุมมีมากมายแม้กระทั่งที่บ้านของเด็กเอง       การที่ถูกครูดุหรือลงโทษยิ่งทำให้ไม่อยากมาเรียนมากขึ้น การอ่านยิ่งไม่ต้องพูดถึง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ดิฉันเคยให้กำลังใจเด็กคนหนึ่งเมื่อเรียกเขามาอ่านหนังสือให้ฟัง และบอกว่า "อีกหน่อยวันดีจะอ่านได้เร็วกว่านี้จริงๆ นะ" เนื่องจากเด็กอ่านหนังสือไม่ออก   อ่านช้ามาก   แต่ดิฉันไม่รู้เลยว่านั่นคือพลังใจที่สำคัญ เมื่อดิฉันส่งเด็กถึงฝั่ง เรือจ้างลำถัดไปมาเล่าให้ฟังว่า "วันดีอ่านหนังสือได้ดีมาก" เขาเล่าอีกว่าดิฉันเป็นคนเติมเชื้อไฟในการอ่านให้เขา ทำให้เขาคิดว่า ต้องอ่านได้เหมือนคนอื่นๆ นี่คือตัวอย่างหนึ่งจากเด็กหลายๆ คนที่อ่านหนังสือได้ด้วยกำลังใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;เพื่อนๆของดิฉันบอกว่าหลังเกษียณมีการวางแผนกิจการมากมาย ทำร้านกาแฟ ร้านอาหาร ดูแลสวนยางพารา สวนผลไม้ ฯลฯ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;"&gt;ดิฉันสะสมหนังสือไว้พอประมาณ ส่วนใหญ่หนังสือแปล ตำรวจน่าจะมารับบริการใช้ห้องสมุดได้มาก เพราะเป็นหนังสือแนวสืบสวน นอกนั้นเป็นหนังสือการศึกษา และเด็ก เคยฝันเล่นๆ อยากจะทำห้องสมุดหน้าบ้าน มีเครื่องถ่ายเอกสารสำหรับนักเรียนที่ต้องการ มีอินเทอร์เน็ตสำหรับการค้นคว้า(ไม่อนุญาตให้เล่นเกม) มีกาแฟให้ดื่ม (อ่านหนังสือจบ ๓๐ หน้ารับเอสเพรสโซ ๑ ถ้วย) ทุกอย่างฟรีแต่จะมีคนมาใช้บริการรึเปล่า หากคนไทยยังอ่านหนังสือปีละ ๒ เล่ม ???..... &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:Arial;font-size:85%;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-311419649579034665?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/311419649579034665/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=311419649579034665&amp;isPopup=true' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/311419649579034665'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/311419649579034665'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2008/01/blog-post.html' title='อายไหม?.....  ที่คนไทยอ่านหนังสือน้อย'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-8895615875045675456</id><published>2007-12-23T20:51:00.000+07:00</published><updated>2007-12-23T22:11:36.159+07:00</updated><title type='text'>แม่.....พรหมของลูก</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;            ฉันลางานช่วงวันที่ ๑๑-๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๐ ไปดูแลแม่ที่ป่วย แม่ของฉันอายุ ๘๖ มีพี่สาวสองคน พี่ชายอีกคนและน้องสาวอีกคนผลัดกันดูแล พี่ชายน่ะเท่าแต่ดูและแลจริงๆ กลางวันเรามีตัวช่วย แต่หลังสี่โมงเย็นคงต้องผลัดกันจนเช้า ฉันใช้เวลาทั้งหมดที่รวมทั้งวันหยุดอยู่กับแม่ให้นานที่สุด ยังไม่คิดว่าแม่จะจากไปหรอก แต่ต้องการให้พี่ๆ และน้องได้พักเหนื่อยในช่วงที่ฉันอยู่ให้มากที่สุด แม่เดินไม่ได้แล้ว ฉันกลิ้งแม่เหมือนขอนไม้ใหญ่เพื่อเปลี่ยนผ้านุ่ง เปลี่ยนผ้าปูรองนอนเมื่อเปียก พลิกเปลี่ยนท่านอนทุกสองชั่วโมงเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ ยกแม่ให้นั่งเพื่อเปลี่ยนเสื้อ ป้อนอาหาร แม่ยังพูดได้ ถามรู้เรื่อง จำลูกได้ทุกคน แต่พูดน้อยลง บางวันที่แม่อยากสวดมนต์ดูได้จากการที่แม่นั่งพนมมือ ฉันจับมือแม่ทั้งสองข้างแล้วฉันก็พาแม่สวดอิติปิโส จนจบ แล้วต่อด้วยการแผ่เมตตา บางทีแม่คงอยากสวดมนต์เย็นเพราะไม่ยอมลดมือลง แต่ฉันจำบทสวดมนต์เย็นไม่ได้ หนังสือสวดมนต์ก็ไม่ได้ติดกระเป๋าไปด้วย ได้เท่าไรก็เท่านั้นก่อน สิ่งหนึ่งที่อยู่ในความคิดของแม่คือ ลูกที่ยังไม่แต่งงานยังเป็นของแม่ ลูกที่แต่งงานแล้วเป็นของคนอื่น ฉันเลยกลายเป็นคนอื่นเพราะแม่เกรงใจลูกเขย ทุกครั้งที่ฉันไปหาแม่จึงไม่อยากพาสามีไปด้วย แต่ครั้งนี้ถึงสามีไปด้วยก็ไม่เป็นไรเพราะแม่เหมือนอยู่ในความฝันมากกว่าความจริง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               ฉันเป็นแม่ลูกสอง ชายหนึ่งหญิงหนึ่งเรียนในมหาวิทยาลัยทั้งคู่ ลูกบอกเหมือนกันว่ารักษาหุ่นอย่าให้อ้วน(คงกลัวจะดูแลยากเหมือนยาย) ฉันรักลูกสุดหัวใจ ฉันไม่อยากอายุยืนอย่างแม่ กลัวลูกต้องลำบากที่จะต้องมาดูแล แต่แม่ของฉัน ฉันไม่ได้รู้สึกลำบากอะไรเลยที่ต้องไปดูแล&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันนี้ลูกสาวส่ง E-mail มาให้ ปลื้มซะไม่มี คุณอ่านดูซิ....!!!..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดอ่าน ดีมาก ๆๆๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่แต่งงานมาได้ 21 ปีผมก็ค้นพบวิธีใหม่ในการทำให้ความรักสดใสมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ เพราะวันหนึ่งภรรยาผมบอกว่า ผมต้องออกเดทกับผู้หญิงคนหนึ่ง มันเป็นไอเดียของเธอล้วน ๆ จริง ๆ นะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;' ฉันรู้ว่าคุณรักเธอ ' ภรรยาผมว่า ' แต่ผมรักคุณนี่ ' ผมเถียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;' ฉันรู้ค่ะ แต่คุณก็รักเธอคนนี้ด้วยเหมือนกัน '&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผู้หญิงคนนั้นที่ภรรยาอยากให้ผมไปหา คือ แม่ของผมเอง ซึ่งเป็นหม้ายมา 19ปีแล้ว เนื่องจากงานที่รัดตัวและต้องดูแลลูก ๆ ทำให้ผมไปเยี่ยมแม่เพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วันที่ผมโทรไปหาแม่เพื่อชวนท่านออกไปทานข้าวเย็นและดูหนัง แม่ถามว่า ' มีอะไรหรือ ? ลูกสบายดีรึเปล่า ? '&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่ผมเป็นผู้หญิงประเภทที่คิดว่าการที่คนโทรมาหากลางดึก หรือเชิญอย่างกระทันหัน หมายความว่ามีเรื่องไม่ค่อยดีเกิดขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ผมตอบแม่ว่า ' ผมว่าดีออกถ้าเราได้ใช้เวลากันตามลำพังสองคน แม่ลูกบ้าง '&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แม่นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า ' แม่ยินดีมากเลยจ้ะ '&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เย็นวันศุกร์หลังเลิกงาน ผมขับรถไปรับแม่ที่บ้าน ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เมื่อผมไปถึงบ้านแม่ ผมก็ สังเกตได้ว่า แม่เองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน แม่สวมเสื้อโค้ทนั่งรอผมอยู่ในบ้านเรียบร้อยแล้ว แม่ม้วนผมแล้วสวมชุดที่แม่ใส่ในวันฉลองครบรอบการแต่งงานครั้งสุดท้าย พลางยิ้มรับผมด้วยใบหน้าที่แจ่มใสราวกับทูตสวรรค์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;' แม่บอกเพื่อนๆว่าแม่จะออกไปเที่ยวกับลูกชาย พวกเขาประทับใจกันใหญ่ 'แม่พูดขณะที่กำลังก้าวขึ้นรถ ' พวกเขารอฟังแทบไม่ไหวเลย '&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เราไปภัตตาคารที่ถึงแม้จะไม่หรูหรา แต่ก็ดีเยี่ยม และบรรยากาศก็อบอุ่นสบาย ๆ มาก ๆ แม่ควงแขนผมเดินราวกับว่าเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลังจากที่เรานั่งลงเรียบร้อยแล้ว ผมต้องเป็นฝ่ายอ่าน เมนูอาหาร เพราะสายตาของแม่อ่านได้เพียงตัวหนังสือตัวใหญ่ ๆ เท่านั้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อผมอ่านเมนูอองเทรไปได้เพียงครึ่ง ผมเงยขึ้นมองเห็นแม่กำลังมองดูผมอยู่ด้วยรอยยิ้มระลึกถึงความหลัง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;' ตอนที่ลูกยังเล็กนั้น แม่ต้องเป็นคนอ่าน เมนูให้ลูกฟัง ' แม่ว่า ' งั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะผลัดเวรให้แม่นั่งฟังสบายๆบ้าง ' ผมตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในระหว่างมื้ออาหารนั้น เราคุยกันอย่างถูกคอ - ไม่ใช่เรื่องราวพิเศษอะไร -เพียงแต่สลับกันถามว่าชีวิตของเรา เป็นยังไงทำอะไรที่ไหนมาบ้าง เราคุยกันสนุกมากจนไปดูหนังไม่ทัน เมื่อผมไปส่งแม่ที่บ้าน แม่พูดว่า ' แล้วแม่จะออกไปเที่ยวกับลูกอีกนะ แต่คราวนี้ลูกต้องยอมให้แม่เป็นเจ้าภาพนะจ๊ะ ' ผมตอบตกลง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;' ดินเน่อร์เป็นยังไงบ้าง ?' ภรรยาถามเมื่อผมกลับถึงบ้าน ' ดีเยี่ยมกว่าที่ผมคิดไว้มากเลย ' ผมตอบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่กี่วันต่อมา แม่ผมเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน มันเกิดขึ้นกระทันหันมากจนผมช่วยอะไรไม่ทันเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หลายวันต่อมา ผมได้รับจดหมายพร้อมใบเสร็จจากภัตตาคารที่ผมกับแม่เคยไป มีโน๊ตเล็กๆแนบมาด้วยว่า ' แม่จ่ายค่าอาหารชุดนี้เรียบร้อยแล้ว แม่รู้อยู่แล้วว่าแม่คงไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม แม่ก็จ่ายสำหรับสองคน คือลูกกับภรรยา ลูกคงเดาไม่ถูกหรอกว่าวันนั้นมีความหมายต่อแม่มากแค่หน , รักลูกจ้ะ '&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วินาทีนั้น ผมเข้าใจถึงความสำคัญของการกล่าวคำว่า ' รัก ' ต่อคนที่เรารักในช่วงเวลาที่เค้าต้องการมัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าครอบครัวของคุณจงให้เวลากับพวกเค้าในเวลาที่พวกเค้าต้องการคุณ เพราะสิ่งเหล่านี้ ไม่อาจผลัดวันประกันพรุ่งได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า หลังจากที่คุณคลอดบุตรแล้วต้องใช้เวลาราว 6 สัปดาห์จึงจะคืนสู่สภาพเดิม คนนั้นไม่รู้ว่าหลังจากที่คุณได้เป็นแม่คนแล้ว ไม่มีคำว่าคนเดิมอีกต่อไป&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า      คนเราเรียนรู้การเป็นแม่ได้เองตามสัญชาติญาณ       คนนั้นไม่เคยพาลูกสามขวบไปซูเปอร์มาร์เกต&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า การเป็นแม่คนนั้นน่าเบื่อ คนนั้นไม่เคยนั่งรถที่ลูกวัยรุ่นขับหลังจากที่ได้ใบขับขี่มาหมาดๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า ถ้าคุณเป็นคนดี ลูกออกมาก็จะดีเอง คนนั้นนึกว่าเด็กคลอดออกมาพร้อมกับคู่มือการใช้และใบรับประกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า แม่ที่ดีไม่ควรขึ้นเสียงกับลูก         คนนั้นไม่เคยเปิดประตูหลังบ้านออกมาทันได้เห็นลูกหวดลูกกอล์ฟเข้าใส่หน้าต่างครัวของเพื่อนบ้านพอดิบพอดี&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า การเป็นแม่คนนั้นไม่ต้องมีการศึกษาก็ได้ คนนั้นไม่เคยช่วยลูกประถมสี่ทำการบ้านเลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า แม่รักลูกคนที่ห้าไม่เท่าลูกคนแรก คนนั้นไม่เคยมีลูกห้าคน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า ช่วงที่ยากที่สุดของการเป็นแม่คือตอนเลี้ยงและตอนคลอด         คนนั้นไม่เคยยืนดูลูกขึ้นรถเมลไปโรงเรียนอนุบาลวันแรกหรือขึ้นเครื่องบินไปบู๊ทแคมป์ของทหาร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า งานของแม่นั้นหมูๆ ปิดตาสองข้าง หรือมัดมือไว้ข้างหนึ่งก็ยังไว้ คนนั้นไม่เคยสอนการออกเดินขายคุ๊กกี้ให้กับเหล่ายุวนารี7 คนที่กระจุ๊กกระจิ๊กคิกคักกันอยู่ตลอดเวลา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า แม่เลิกกังวลได้แล้ว หลังจากที่ลูกแต่งงานออกเรือนไป คนนั้นไม่รู้ว่าการแต่งงานคือการนำลูกชายหรือลูกสาวคนใหม่เข้ามาอยู่ในสายใยใจของแม่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่างานของแม่สิ้นสุดลงเมื่อลูกคนสุดท้ายออกจากบ้านไป         คนนั้นไม่เคยมีหลานยาย หรือหลานย่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;บางคนบอกว่า แม่รู้ดีอยู่แล้วว่าคุณรักท่าน เพราะงั้น ไม่ต้องบอกท่านก็ได้ คนนั้นไม่เคยเป็นแม่คน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โปรดส่งต่อถึงทุกคนที่เป็น ' แม่ ' และทุกคนที่มี ' แม่ '&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-8895615875045675456?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/8895615875045675456/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=8895615875045675456&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/8895615875045675456'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/8895615875045675456'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2007/12/blog-post_23.html' title='แม่.....พรหมของลูก'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-9170593257690409722</id><published>2007-12-04T18:07:00.000+07:00</published><updated>2008-12-10T08:06:39.229+07:00</updated><title type='text'>พระวัดป่า......ถึงธรรมกาย</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R1VNBcqPPLI/AAAAAAAAADw/meSrcSc7qtg/s1600-h/à¸à¸à¸²à¸§à¸±à¸à¸à¹3-12+041.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5140099236981849266" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R1VNBcqPPLI/AAAAAAAAADw/meSrcSc7qtg/s320/%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B9%8C3-12+041.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา(พฤศจิกายน) ได้โอกาสไปอบรมธรรมที่สวนพนาวัฒน์ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เนื่องจากผู้บริหารไม่ไป จึงขออนุญาตไปแทน เพราะที่พักว่างเฉพาะผู้หญิง ผู้บังคับบัญชาก็ใจดีให้ไป อันดับแรกไม่รู้ว่าต้องเข้ากรุงเทพฯก่อน ไปทอดกฐินของวัดพระธรรมกาย เมื่อขึ้นรถแล้วจึงทราบ ทำให้ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อวัดพระธรรมกายเพิ่มขึ้น และเพิ่มมากขึ้นอีกเมื่อต้องค้างอยู่ที่วัดพระธรรมกายอีก ๑ คืน เช้าถัดมาอีกวันจึงจะเริ่มเดินทางถึงสวนพนาวัฒน์ เกือบห้าทุ่ม หมอกลงหนาเป็นไอน้ำ หนาวสั่นทีเดียว อาบน้ำนอน สวนพนาวัฒน์อยู่ที่ความสูงเท่าดอยสุเทพ เช้าเห็นทะเลหมอก พระที่มาให้ความรู้ในสองวันแรกไม่เท่าไหร่ แต่สองวันให้หลังน่าจะเป็นความภาคภูมิใจของวัดพระธรรมกายทีเดียว ในที่สุดคณะผู้บริหารโรงเรียนก็ถูกล้างสมองไปไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ รวมทั้งฉันด้วย?.....อา...อย่าเพิ่งเหมารวม&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คุณไปสวนพนาวัฒน์แล้วยัง? ถ้ายังก็ไม่เป็นไร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คุณนับถือพระพุทธศาสนาเหมือนฉันไหม? ..ใช่....ถามเองตอบเอง....&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คุณนับถือหลวงปู่ชา พระสายวัดป่ารึเปล่า?...อันนี้แล้วแต่....&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;พระวัดป่าฉันมื้อเดียวนะคะ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คุณศรัทธาหลวงพ่อปัญญานันทะเหมือนฉันด้วยไหม?....ใช่แน่ๆๆ.....&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คุณไปเชียงใหม่แล้วต้องไปกราบครูบาศรีวิชัยก่อนขึ้นชมพระธาตุดอยสุเทพ จริงไหม?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เหมือนฉันเลย..!.....&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;แล้วคุณคิดเหมือนฉันป่ะ...!!!!....&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;พนาวัฒน์เทียบความสูงเท่าดอยสุเทพ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ศูนย์รวมพระพุทธศาสนาอยู่ที่พุทธมณฑล?ธรรมกาย?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หลวงพ่อธมฺมชโย?พระพยอม?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ทุกเช้าฉันตักบาตรซึ่งพระสายวัดป่ามาบิณฑบาตรก่อนไปทำงาน นับเป็นบุญของฉันที่ทำให้ฉันได้มีวิธีส่งเสริมและสืบทอดพระพุทธศาสนา &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ฉันเป็นเลขานุการชมรมพุทธศาสตร์อำเภอกันทรลักษ์ ทุกปีเราชาวชมรมจะไปทอดกฐินที่วัดที่ไม่มีใครจองกฐิน นอกจากนั้นยังจัดกิจกรรมมอบทุนการศึกษาตอบปัญหาธรรมให้กับนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทุกปี เงินมาจากไหนหรือ? เราบริจาคกันเองนี่แหละ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;พระวัดป่าอยู่อย่างสมถะและแรงศรัทธา?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;พระวัดธรรมกายอยู่ด้วยเงินมหาศาลและแรงศรัทธา?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;พระวัดป่าใช้ธรรมชาติเป็นหน่วยเผยแผ่พระศาสนา?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;พระธรรมกายใช้เงินในการบริหารจัดการให้คนเข้าฟังธรรม?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;หากไม่ใช้เงินจากแรงศรัทธามาบริหารจัดการ พระศาสนาเราจะเสื่อมเร็วขึ้น?&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;คุณคิดอะไรอยู่.....&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ฉันเพียงแค่เดินอยู่.......ข้างหน้าของฉันเป็นทางแยก สองทางหรือสามทางหรือกี่ทางก็แล้วแต่ &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;.....จุดหมายเดียวกัน..!.......&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-9170593257690409722?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/9170593257690409722/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=9170593257690409722&amp;isPopup=true' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/9170593257690409722'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/9170593257690409722'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2007/12/blog-post.html' title='พระวัดป่า......ถึงธรรมกาย'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R1VNBcqPPLI/AAAAAAAAADw/meSrcSc7qtg/s72-c/%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B9%8C3-12+041.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-3122502452374999567</id><published>2007-11-30T20:35:00.000+07:00</published><updated>2007-11-30T21:17:54.926+07:00</updated><title type='text'>เรื่องเล็กน้อยที่ค้างในใจ</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;มันค้างมาจากการเที่ยวกับทัวร์นั่นแหละ ฉันไปคนเดียว นอกนั้นซิ้ม(คือ หญิงชาวจีนอายุมาก แต่ยังไม่แก่มาก)ทั้งนั้นเลย มีผู้ชายสามคนผู้หญิงสิบสองคนรวมทั้งฉัน ฉันไปคนเดียว นอกนั้นเขารู้จักกันหมด ฉันพักกะซิ้มคนหนึ่ง สวยเชียวอายุ ๖๒ ปี ฉันบริการดูแลทุกอย่างเท่าที่จะช่วยได้ตั้งแต่บนรถจนถึงห้องพัก วันแรกที่เข้าพักน่ะฉันเสียบกุญแจห้องให้ซิ้มเข้าไปก่อนฉันรีบไปเช็ค mail และ msn ไปหาลูก กลับมาแกโวยวายใหญ่หาว่าฉันทิ้งแกอยู่คนเดียว แกเปิดน้ำไม่เป็น ต้องให้บริกรมาช่วย ทั้งยังทำก็อกน้ำเขาหลุดด้วย แต่ตอนที่ฉันกลับมาแกกลับเอาน้ำออกจากอ่างไม่ได้ ฉันจัดการระบายน้ำออก เปิดโทรทัศน์ให้ แล้วจึงจัดการกับตัวเอง ซิ้มเห็นฉันทาครีม จึงถามว่าครีมอะไร ฉันบอกว่าลูกสาวซื้อมาให้จากอเมริกา ไม่มีอะไรหรอก วันถัดมาเมื่อกลับมาฉันเปิดประตูห้องซิ้มบอกฉันว่าจะไปเล่นเน็ตก็ไปเหอะ ฉันกลับมาก็อาบน้ำนอนทีเดียว เช้าวันที่สามนั่นเองเมื่อฉันอาบน้ำเสร็จซิ้มเข้าห้องน้ำจึงเห็นว่าครีมที่ฉันบอกว่าลูกซื้อมาให้มันหายไปกว่าครึ่งที่เหลืออยู่ คาดว่าทาทั้งตัวก็ไม่หมดขนาดนั้น คงควักใส่กระปุกของแกไปด้วย ความเดือดในใจมันวิ่งปรู๊ดสูงขึ้นมาเลย แต่ความเป็นครูสะกดให้ฉันนิ่งอยู่พักหนึ่ง เก็บสีหน้าความไม่พอใจทั้งหมดไว้ ฉันไม่ได้ถาม ซิ้มออกจากห้องน้ำเห็นฉันทาครีมจึงพูดว่า หอมดีนะ เหมือนกลิ่นผลไม้ ฉันตอบค่ะคำเดียว คุณจะคิดว่าฉันขี้เหนียวไหม? ที่โกรธซิ้ม ฉันควรถามว่าคุณทำไงมันถึงหมดไปขนาดนี้? เด็กทำความสะอาดห้องมันควักเอาไปใช่ไหม? อยู่กันสองคนแล้วจะให้ถามทำไมว่าใครเอา มันของใช้ส่วนตัวนะ ฉันเสียความรู้สึกมาก   นึกไม่ออกว่าเคยแอบเอาของใครแบบนี้บ้างรึเปล่า ถือว่าเป็นกรรมที่ฉันคั่งค้างกะซิ้มเขามาก่อนก็ได้ ฉันเพียงอยากเล่าให้ฟังน่ะ เพื่อว่าใครที่เดินทางแล้วเจอเพื่อนร่วมห้องเป็นอย่างนี้จะได้ระวัง ลูกสาวฉันบอกว่าที่หลังแม่อย่าบอกว่าซื้อมาจากอเมริกา ให้บอกว่าซื้อมาจากลาว.......... &lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-3122502452374999567?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/3122502452374999567/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=3122502452374999567&amp;isPopup=true' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/3122502452374999567'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/3122502452374999567'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2007/11/blog-post_30.html' title='เรื่องเล็กน้อยที่ค้างในใจ'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-7444285423633822840</id><published>2007-11-30T20:12:00.000+07:00</published><updated>2008-12-10T08:06:39.598+07:00</updated><title type='text'>ตกค้างจาก.........เสียมราฐ</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R1AP6vkqrPI/AAAAAAAAADk/n8IVKL2cn5o/s1600-R/à¸à¸±à¸¡à¸à¸¹à¸à¸²+050.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5138624676706823410" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R1AP6vkqrPI/AAAAAAAAADk/HHo1YQuFY4U/s320/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+050.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-7444285423633822840?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/7444285423633822840/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=7444285423633822840&amp;isPopup=true' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/7444285423633822840'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/7444285423633822840'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2007/11/blog-post_4859.html' title='ตกค้างจาก.........เสียมราฐ'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_nUN6m_7ZC_4/R1AP6vkqrPI/AAAAAAAAADk/HHo1YQuFY4U/s72-c/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+050.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-7216181655374431648</id><published>2007-11-28T20:16:00.000+07:00</published><updated>2007-12-25T20:55:45.463+07:00</updated><title type='text'>เวลาเช้าของฉัน</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เมื่อลืมตาตอนเช้าขณะที่อยู่บนเตียง คุณทำอะไรก่อน?&lt;br /&gt;เป็นเหมือนฉันป่ะ.....&lt;br /&gt;เดี๋ยวนี้ลูกโตแล้ว&lt;br /&gt;ในฐานะแม่บ้าน....เช้านี้กินอะไรดี? ในตู้เย็นมีอะไรบ้าง?&lt;br /&gt;เปล่า... ยังอยากนอนต่อ ให้สายตาปรับแสงสักครู่ เอามือแนบลำตัวลุกนั่ง 10 ครั้ง&lt;br /&gt;กางแขนออกยกขาขึ้น 10 ครั้ง จับหน้าท้อง ใต้อก รอบเอว ไขมันหนาขึ้นอีกแล้ว&lt;br /&gt;รีบลุกขึ้น หุงข้าว เปิดตู้เย็นเตรียมอาหารหรือผลไม้ใส่บาตร (อายพระน่ะ..หากไม่ใส่ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เพราะพระผ่านหน้าบ้านทุกวัน)&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;เตรียมอาหารเช้าสำหรับสองคน(ก็เหลือกันแค่สองคน) รีดผ้า(ของใครของมัน) พออีกคนใส่บาตรเสร็จ ก็ทานข้าวก่อน ให้อาหารแมว(หกตัว..ไม่รู้มันจะเกิดออกมาทำไมนักหนา) แย่งห้องน้ำ แต่งตัวอย่างรวดเร็ว รีบไปทำงาน....ลัน..ลันลา.....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-family:arial;"&gt;ทั้งหมดนี้ยังไม่ไปทำงานเลย..!!!..&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เมื่อก่อนลูกยังเล็ก&lt;br /&gt;เช้าย่องลงจากเตียง กลัวลูกตื่น ทำกับข้าวรีบอาบน้ำแต่งตัว ขึ้นไปจ๊ะเอ๋...เพราะเจ้าตัวเล็กทั้งสองตื่นแล้ว รีบอาบน้ำให้ลูก รีบแต่งตัวและป้อนข้าวลูก รีบเอาลูกขึ้นรถไปส่งลูกที่โรงเรียน(ลูกอยู่ ป.1-2)แล้วรออีกคน ตัวเองจึงจะไปโรงเรียน อีกคนที่รอนะเรอะ...ก็นุ่งผ้าเช็ดตัว กว่าจะอาบน้ำ กว่าจะกินข้าว กว่าจะแล้วเสร็จอยากจะ.....รำคาญ..... ปานนั้นก็อยู่ด้วยกันมาจนลูกโต&lt;br /&gt;น่าเบื่อฉิบ........&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-7216181655374431648?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/7216181655374431648/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=7216181655374431648&amp;isPopup=true' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/7216181655374431648'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/7216181655374431648'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2007/11/blog-post_28.html' title='เวลาเช้าของฉัน'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-3174678167449230361.post-1105072865033830341</id><published>2007-11-27T19:34:00.000+07:00</published><updated>2007-11-28T19:44:15.254+07:00</updated><title type='text'>เสียมเรียบ.....เมืองปราสาท</title><content type='html'>เมื่อวันหยุดที่ผ่านมา....ฉันไปเที่ยวเมืองเสียมราฐ  ของประเทศกัมพูชา   เมืองแห่งปราสาท  และการท่องเที่ยว   คนเขมรเที่ยวฟรีไม่ต้องจ่ายค่าเข้าชมโบราณสถาน   คนต่างชาติ   20 ดอลล่าร์ ต่อวัน &lt;br /&gt;          ภาพที่ฉันประทับใจกลับไม่ใช่ภาพปราสาทราชวัง   ไม่ใช่โบราณสถาน  แต่เป็นภาพที่หญิงต่างชาติคนหนึ่งเดินไปจะเข้าห้องน้ำ  ซึ่งจะต้องผ่านขอทาน  ที่นั่งอยู่ระหว่างทาง  เขาคงจะถูกไฟลวกไปทั้งตัว    พิการตั้งแต่ศรีษะถึงฝ่าเท้า     สายตาของเธอที่มองขอทานเต็มไปด้วยความเห็นใจ  สงสารและเจ็บปวด  เธอเปิดกระเป๋าหยิบ ดอลล่าร์ใส่ลงบนผ้าที่ปูไว้หน้าขอทานนั้น แล้วยืนดูขอทานพักใหญ่ก่อนที่จะเดินทางต่อ   มันเป็นมิตรภาพที่มิต้องอธิบาย   มันเป็นความเจ็บปวดร่วมกันที่สามารถถ่ายทอดออกทางสายตา   ฉันมองเธอ   มองขอทาน  มองคนผ่านไปผ่านมา   ฉันรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างไปจากเธอ   เจ้าของร่างกายนั้นจะทนทุกข์สักแค่ไหนนะ  ก่อนที่ฉันจะเดินจากมา&lt;br /&gt;        ภาพไม่ประทับใจก็มี   ไม่สิ   ไม่ใช่ภาพแต่เป็นคำพูด.....ไกด์บอกว่าการทำปราสาทหินเป็นงานบุญ   ผู้ที่มาทำเป็นผู้มีบุญ  ไม่ใช่ถูกบังคับขู่เข็ญเหมือนการสร้างสะพานแม่น้ำแคว  ที่จังหวัดกาญจนบุรี   ไกด์บอกว่าคนทำปราสาทอยู่อย่างสุขสบาย  มีระบำรำฟ้อนให้ดูยามพักผ่อน  ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไรเล้ย   แต่ที่ไม่พึงพอใจคือเมื่อเธอบอกว่า  "คนไทยมาทำงานที่นี่เงินเดือนสองหมื่นสามหมื่น  มาลงทุน  มาสอนคนเขมร เช่นทำสปา  หรืออะไรต่างๆ  &lt;strong&gt;เมื่อคนเขมรทำได้แล้วก็ไล่คนไทยกลับไป&lt;/strong&gt;  ที่ทำไว้ก็เป็นของเรา"  ไกด์พูดไม่อายเลยนะ  ย้ำแล้วย้ำอีกไม่คิดสักนิดว่า  ลูกทัวร์ของเธอเป็นคนไทยทั้งหมด   มิน่า....คิดล้างครูอย่างนี้เอง  จึงไม่เจริญสักที   ฉันอยากจะตอกกลับไปเหลือเกินว่าคิดดีแล้วหรือที่พูดอย่างนี้&lt;br /&gt;       เมืองเสียมราฐ   เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของประเทศ  ทั้งเมืองมีปราสาทหินให้ชมไม่น้อยกว่า สี่ร้อยห้าสิบ แห่ง  ในเมืองมีโรงแรมขนาดใหญ่มากมาย   ชาวต่างชาติมีมาก  รายได้เข้าจังหวัดคงสะพัดมาก  ถนนหนทางแคบ แต่คนเขมรกลับยากจนเหลือเกิน   ฉันได้รู้จักกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดเสียมราฐ   หนุ่มฟ้อเลย   อายุ  37  ปี  จะแต่งงานเดือนหน้า(ธันวาคม)  ไม่น่าเชื่อว่ายังโสดแต่สามารถอยู่ในตำแหน่งที่สูงได้ขนาดนี้   เมื่อเปิดหูอีกข้างหนึ่งฉันกลับได้ยินว่า  เป็นคนสนิทของผู้นำประเทศ   เมืองไทยมีการฉ้อราชบังหลวง(คอรับชั่น)ติดอันดับโลก   แต่ที่นี่ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน  อ๊ะ...อ๊ะ...คุณคิดอะไรอยู่&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/3174678167449230361-1105072865033830341?l=wannanuy.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://wannanuy.blogspot.com/feeds/1105072865033830341/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=3174678167449230361&amp;postID=1105072865033830341&amp;isPopup=true' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/1105072865033830341'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/3174678167449230361/posts/default/1105072865033830341'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://wannanuy.blogspot.com/2007/11/blog-post.html' title='เสียมเรียบ.....เมืองปราสาท'/><author><name>Wanna Rattana</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14690041909529120211</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='24' src='http://bp3.blogger.com/_nUN6m_7ZC_4/R1ZS1MqPQNI/AAAAAAAAAP4/gvwgsPislQ0/S220/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2+067.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
