วันนี้ลุงชาญสามีของเพื่อนร่วมงานส่ง Mail มาให้ ทำให้ฟันเฟืองวงเล็กๆ ด้านการศึกษาของชาติอย่างฉันชะงัก...นึกคิดเออ ออ ไปกับข้อมูลที่ส่งมา คุณมาอ่านด้วยกันสิ
ปี 2553 จุดจบประเทศไทย ......ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้ .....
ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา .....ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโคซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้นเพื่อสร้างภูมิปัาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14ประเทศ ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็นแต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์ และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศ อาเจะ และอีกหลายประเทศที่จะเกิดตามมา ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน !ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออก เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใยไทยก็จะปลูกแต่ลำใย จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทยแต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้ เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่าสินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า เพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๊ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้ วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไข??ัหาได้ เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่า เขาจะไม่มีกำไรธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้
ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้ การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่ามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้ เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ Big C, Lotus, Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯดังนั้น เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด ... เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ ... รัฐจะอยู่ได้ฤา ?
4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553 คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปัาไปต่อสู้อยู่แล้ว การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน
จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา จะขอแยกตัวตามมา เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่ เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ?
ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์ บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจก่อนล่มจริง... เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างให่อีกเพราะอะไร เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย 14 บาทเพราะของต่างชาติเกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี โลตัสเหมือนกันนิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดังผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้วบางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์ สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ๆ ถ้าซื้อจากห้าง 1,000บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900บาท ที่เหลือ 100 บาท ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง ทั่วประเทศคนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ100 เปอร์เซ็นต์เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหน ต่อปีน้อยสุด ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟังหัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ ได้ผล... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน... วิธีคิดไปเลย ... เปลี่ยนไปได้มากพอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลย ผมก็อธิบายคำว่า license ( ค่าลิขสิทธิ) ให้ลูกฟังผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธ ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิมันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน ขนมต่างชาติ ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิเวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปีผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว
ปล. ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับยาวไปหน่อย แต่อยากให้อ่าน
คุณล่ะ....มีความคิดเห็นอย่างไร การรบแบบสมัยโบราณผ่านไปแล้ว สมัยนี้มีการรบแบบใหม่ ดูไม่น่ากลัว ไม่มีรูปแบบการรบ จนไม่เชื่อว่าจะทำให้สิ้นชาติหรือเกิดความแตกแยกขึ้นในแผ่นดินนี้ แต่มันแทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตการทำงาน อยู่ในค่านิยมของการบริโภค อยู่กับความฉาบฉวยที่ผ่านมาแต่ไม่ผ่านไปพร้อมที่จะเผยแพร่จากกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง
ปลายปีที่แล้ว Lotus มาเปิดใกล้บ้านฉัน ที่จริงใกล้บ้านน้องสาวฉันมากกว่า มีกลุ่มพ่อค้าในอำเภอต่อต้านมากมาย ลงหนังสือพิมพ์ก็แล้ว เดินขบวนก็แล้ว ในที่สุดก่อนฤดูกาลของการย้ายของผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้อนุมัติให้สร้างขึ้นในย่านชุมชน ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านย้ายไปแล้ว ความทุกข์ระทมของพ่อค้าร้านโชห่วย ก็ประเดประดังเข้ามา ช่วงปีใหม่ Lotus มีคนมาจับจ่ายสินค้าแน่นเต็มไปหมด ต่างกับร้านค้าที่ลดราคากลับไม่มีคนซื้อ แค่นั้นไม่พอ โทรทัศน์ลงข่าวเกี่ยวกับเขาพระวิหารที่จะขึ้นทะเบียนมรดกโลก ทำให้มีปัญหากระทบกระเทือนกับประเทศไทย บ้านของฉันมิกลายไปเป็นอีกประเทศหนึ่งหรือ??..!...
คุณลุงชาญคะ..... ปีการศึกษาหน้าฉันได้สอนวิชาสังคมแน่ๆ ฉันจะเอาบทความนี้ไปให้นักเรียนอ่านและฝึกวิเคราะห์พร้อมกับจะหาวิธีที่จะไม่ให้สังคมเป็นไปอย่างที่คุณนิติภูมิว่าไว้ อยากบอกกับคุณนิติภูมิจังว่า คุณวิเคราะห์ได้ ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างที่คุณว่า แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงปี 2553 เรามาหาวิธีการป้องกันมิดีกว่าหรือ? เราจะเริ่มกันที่กลุ่มเล็กๆ ให้มากกลุ่ม สร้างเครือข่ายร่วมกัน แต่จะบอกลุงหมักว่าอย่างไรดี....เพื่อให้ลุงหมักร่วมด้วยช่วยกัน ไม่เช่นนั้นแล้วความซึ่งตรงของบรรพบุรุษของท่านที่มีต่อสถาบันหลักของชาติจะล่มสลายไปด้วย...!!!..
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
วันพุธที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
ห้องสมุดกับการบริการ
"ท่านผอ.คะ....เขาพูดลามกกับหนูค่ะ"
"เขาพูดลามกอย่างไร"
"เขาชวนหนูไปห้องสมุดค่ะ"
ท่านที่อ่านหนังสือพิมพ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคงได้เห็นการ์ตูนที่ดิฉันยกคำพูดมาให้อ่านกันข้างบน เป็นช่วงที่ดิฉันได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๗๕ ซื้อหนังสือพิมพ์อ่านตอนเช้าจึงรู้ว่าห้องสมุดมีบริการใหม่ เป็นการให้บริการโดยไม่ได้ตั้งใจจนถูกร้องเรียนว่าห้องสมุดกลายเป็นแหล่งมั่วสุม และให้บริการทางเพศ เมื่อถูกหนังสือพิมพ์ลงข่าวห้องสมุดต่างๆ พากันร้อนตัวเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะห้องสมุดประชาชน อันมีอยู่ทุกจังหวัดและหลายๆ อำเภอ
ดิฉันเป็นครูประถมศึกษา ดูแลห้องสมุดโรงเรียน ให้บริการห้องสมุด หนอนหนังสือของดิฉันยังตัวเล็กอยู่ เด็กไม่ได้รักการอ่านมากมายอย่างที่ดิฉันหวังไว้ แต่จะมีกลุ่มหนึ่งที่ยืมหนังสือเป็นประจำทุกวัน จะมีบางส่วนเข้ามาเล่นอย่างเดียว บางคนยกหนังสือออกมาเป็นตั้งๆ รื้อและรื้อ....เปิด....เปิด.....เล่น....แล้วเดินออกไปจากห้องสมุดแต่มีเหมือนกันที่ตั้งใจเข้ามาอ่านหนังสือ เลือกและยืมไปอ่านทั้งๆ ที่อ่านหนังสือไม่คล่อง อ่านช้า.....ยืมไปอ่านที่บ้าน ยืมเถอะลูก....ครูไม่ว่าเลยหากทำให้หนูอ่านหนังสือได้มากขึ้น
หลังข่าวความเสื่อมเสียของห้องสมุด ดิฉันเดินวนเวียนหาจุดบกพร่องที่เป็นมุมมืด จุดอับที่มองไม่เห็น รักษาความสะอาดและจัดหนังสือให้เป็นระเบียบมากขึ้นกว่าเดิม แต่เนื่องจากลูกค้าของดิฉันอายุยังไม่เกิน ๑๓ ปี จึงไม่มีปัญหาอย่างที่พบในหน้าหนังสือพิมพ์ กลับพบปัญหาใหญ่ที่ครูทุกคนต้องแบกไว้ตลอดคือ จะทำอย่างไรให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ต่างหาก???.......
มีนักเรียนรุ่นน้องมาขอสมัครเป็นบรรณารักษ์น้อย ช่วยรุ่นพี่ในการรับ-ส่งหนังสือ คงคิดว่าเยี่ยมจริงๆ ที่ได้นั่งเคาเตอร์ให้บริการในการยืม-รับส่งหนังสือจากเพื่อน และมีหลายคนที่อ่านหนังสือช้า เขียนทีละตัว แต่อยากเป็นบรรณารักษ์ ดิฉันไม่เคยปฏิเสธในการทำงานของเด็ก อย่างน้อยการที่เด็กอยู่กับหนังสือจะช่วยให้เขาอ่านหนังสือได้ดีขึ้น
ช่วงนี้ทุกโรงเรียนกำลังเร่งรัด เข้มข้นกับการทดสอบเด็กทุกช่วงชั้นที่จริงไม่น่าเกี่ยวกับห้องสมุดเลย เพียงแต่ถ้าครูใช้แหล่งเรียนรู้จากห้องสมุดในการใช้อินเทอร์เน็ตในการค้นหาข้อสอบก็จะเกี่ยวกันทันที การสอบจะมีผลต่อการเลื่อนและกำหนดตำแหน่งของครูด้วย วิธีการนี้ดิฉันว่าดี ผลงานทางวิชาการจะไร้ความหมายหากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในความรับผิดชอบของท่านไม่มีการพัฒนา โรงเรียนของดิฉันเป็นศูนย์สอบ ดังนั้นหลายๆ โรงเรียนใกล้เคียงจะพานักเรียนมาสอบ บางโรงเรียนมีนักเรียนอยู่ ๑๐ คน อ่านไม่ออก ๔ คน เด็กทั้ง ๔ คนครูหาทางออกง่ายๆ ด้วยการระบายทึบในช่องบกพร่องทางการเรียนรู้ ท่านผู้อ่านเห็นทางออกของครูมั้ย......วิธีสุดท้ายที่ครูไม่สามารถแก้ตัวได้คือ โทษพื้นฐานของเด็ก...ก็มันโง่เอง...เป็นมาแต่พ่อแม่มาแล้ว....
ดิฉันจัดตารางให้ทุกห้องเรียนสามารถนำนักเรียนมาใช้บริการห้องสมุด...แต่ส่วนใหญ่ที่ครูใช้คือไปวาดรูปที่ห้องสมุด ก็ยังดี.....ไปอ่านหนังสือห้องสมุด......ครูล่ะอยู่ที่ไหนเมื่อเด็กเข้ามาที่ห้องสมุด????.......
วันอังคารที่ ๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑
ทัศนะ.......ศึกษา.......
ทุกปีหน่วยงานของฉันชวนกันไปทัศนศึกษา คุณรู้ไหม? อีสานกับทะเลถูกกันจริงๆ ปีก่อนเราไปเที่ยวเชียงใหม่ สมาชิกไม่เต็มคันรถ(รถบัส)เนื่องจากไม่ใช่ทะเล ปีถัดมาไปเที่ยวเขาใหญ่นอนเต้นท์และลงไปเล่นน้ำที่เกาะเสม็ดพักที่รีสอร์ท เมื่อประเมินดูแล้วไม่ถูกใจที่ไปนอนเขาใหญ่เนื่องจากไม่สะดวกที่จะนอนเต้นท์ (แต่ฉันชอบจังเลย) ครั้งนี้พิเศษสุดๆ ไปทัศนศึกษาจริงๆ คือดูงานที่โรงงานคริสตัล โลตัส เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สัตว์ใต้ทะเล ชมโรงแยกแกส และเข้าพักที่ คลังน้ำมันเขาบ่อยา ซึ่งให้บริการที่พักโดยที่เจ้าตัวไม่อยู่ (เป็นความสามารถพิเศษของฉันที่มีเพื่อนเป็นผู้จัดการคลังปิโตรเลียมภาคตะวันออก) ทำเอาเพื่อนๆ ติดใจใหญ่ ชักอยากเห็นหน้าเพื่อนของฉันเสียแล้ว รุ่งเช้าเราเดินทางกันต่อ ไปที่เกาะช้าง ลงทะเลดำน้ำดูปะการัง และแล้ว......คนที่อยู่บนเรือก็เห็นปลาพะยูนสวมหน้ากากเต็มไปหมด ไปเที่ยวโดยมีไกด์ก็ดีไปอย่าง ตกกลางคืนยังมีกิจกรรมให้กับคณะได้สนุกสนานกันต่อพอประมาณ
ทัศนะ....เป็นการแสดงความคิดเห็น คุณอ่าน ใน blog แล้วรำคาญบ้างไหม พูดแต่เรื่องตัวเอง..อย่าเพิ่งเบื่อเลยค่ะ...ที่นี่จะช่วยปลดปล่อยความคิดที่มันอึดอัดอยู่ในใจออกมา บางทีเราอาจเหมือนกันสักมุม
ศึกษา......ชีวิตคนอื่นดูบ้าง...อยากให้คุณดูในมุมที่มีความสุข....เกรงว่าหากนำเรื่องของทุกข์มาให้ฟังแล้วคุณจะเหนื่อยไปด้วย
คุยกันหน่อยจะเป็นไรไปละคะ...........
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
